อาหารขยะ (Junk Food) และอันตรายต่อสุขภาพเด็ก

ในสภาพสังคมปัจจุบันที่เร่งรีบ คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่มีเวลามากนักในการจัดเตรียมอาหารสำหรับลูกน้อยทุกวัน จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการซื้ออาหารหรือการรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ ที่สามารถพบร้านขายอาหารขยะหรือ Junk Food (เบอร์เกอร์ พิซซ่า มันฝรั่งทอด น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ) ได้ง่าย และโดยส่วนมาก เด็กๆ ก็มักจะชอบทานอาหารเหล่านี้ เนื่องจาก ทานง่าย มีรูปลักษณะภายนอกดูน่าทาน และยังมีรสชาติจัด (โดยมากจะหวานจัดหรือเค็มจัด) เมื่อเทียบกับผัก ผลไม้และอาหารจำพวกอื่นๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่มักจะมีรสชาติไม่ถูกใจเด็กๆ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสะดวกของคุณพ่อคุณแม่ในการซื้อหา และความอร่อยถูกใจสำหรับลูกน้อยแล้ว อาหารขยะนั้นแฝงไปด้วยอันตรายต่อสุขภาพเด็กมากมายที่คุณอาจจะนึกไม่ถึงมาก่อน โดยเมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงอันตรายของอาหารขยะตามด้านล่างนี้แล้ว ก็คงจะมาสามารถเลือกหาอาหารเด็กที่เหมาะสมและปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้ นอกจากนี้ คุณพ่อแม่ยังสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการที่ดี่สำหรับเด็กได้ ที่นี่

อันตรายของอาหารขยะต่อสุขภาพเด็ก

  1. โรคอ้วน โรคอ้วนในเด็กนั้นเป็นปัญหาที่มักจะถูกละเลย เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่มักจะคิดว่าลูกอยู่ในวัยเจริญเติบโต น้ำหนักตัวส่วนเกินจะลดลงไปเองเมื่อลูกโตขึ้น แท้จริงแล้ว การที่ลูกน้อยมีน้ำหนักเกินเกณฑ์อย่างผิดปกติอย่างต่อเนื่องเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด สาเหตุของโรคอ้วนในเด็กมักจะมาจากการรับประทานอาหารไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารขยะที่มักจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลใน ปริมาณมาก มีแคลอรีสูง ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จึงเหลือเก็บในรูปของแป้งและน้ำตาลในร่างกาย ก่อให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก
  2. ปัญหาผิวหนังและสุขภาพฟัน อาหารขยะมักจะเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงและดัดแปลงมามาก อาจจะมีการใส่สารเคมีต่างๆ ในขั้นตอนการผลิต เป็นเหตุให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก ซึ่งอาจจะแสดงออกในรูปผื่นแพ้ผิวหนัง รวมทั้งการเกิดสิวได้ นอกจากนี้ น้ำตาลในอาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปากของเด็กหลังการรับประทานอาหารขยะทำให้ เกิดกรดในช่องปาก ที่จะไปทำลายสารเคลือบฟัน นำไปสู่สาเหตุของฟันผุอีกด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจเรื่องการแปรงฟันของลูกน้อยเป็นพิเศษหลัง การรับประทานอาหาร
  3. อาการเหนื่อยล้าง่วงซึม แป้งและน้ำตาลที่มากเกินพอดีในอาหารขยะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อันเป็นสาเหตุให้เด็กมีอารมณ์ไม่คงที่ หงุดหงิดง่าย รวมทั้งยังก่อให้เกิดอาการเหนื่อยล้า ง่วงซึม ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กในวัยเรียนอย่างมาก นอกจากนี้ คาเฟอีนในน้ำอัดลมบางชนิดยังเป็นสาเหตุให้เด็กนอนไม่หลับในตอนกลางคืน จึงพักผ่อนไม่เพียงพอและไม่พร้อมสำหรับการเรียนในวันรุ่งขึ้น
  4. เสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ไม่ดีในการรับประทานอาหาร การกินอาหารขยะเป็นประจำทำให้ลูกน้อยเกิดความเคยชินและไม่อยากกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ โดยเฉพาะ ผักและผลไม้ เพราะรสชาติไม่อร่อยถูกใจ ซึ่งในระยะยาว เด็กอาจขาดสารอาหารบางชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสติปัญญา นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้น เช่นโรคอ้วน ฟันผุ อาการแพ้ต่าง สิว ฯลฯ ยังทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตนเองและเป็นสาเหตุของโรคร้ายอื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลัง
  5. ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว การรับประทานคาร์โบไฮเดรตปริมาณมากทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ไขมันจากอาหารขยะโดยมากมักจะเป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย (LDL) ทั้งยังมีส่วนช่วยลดปริมาณไขมันดี (HDL) ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย ภาวะคอเลสเตอโรลสูงนั้นและเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้ในเด็กเช่นเดียวกัน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่โรคต่างๆ เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง เป็นต้น